บอร์ดคนรักห้อง 5

เว็บนี้ทำไว้ให้เพื่อนมาโพสเรื่องไร้สาระไปวันสู่กันฟังน้า


    มาดุสำหรับ คุณผู้หญิง

    Share
    avatar
    godkingman
    กรรมการบริษัท

    จำนวนข้อความ : 94
    Join date : 24/03/2010
    Age : 24
    ที่อยู่ : ในใจบีเสมอ

    มาดุสำหรับ คุณผู้หญิง

    ตั้งหัวข้อ by godkingman on Wed Mar 24, 2010 9:16 pm

    นอนอย่างถูกท่า.. ถูกวิธี เพิ่มความงามแบบไม่รู้ตัว (ดาราเดลี่)

    การนอนหลับกับความงามเป็นสองเรื่อง ที่สําคัญสําหรับสาวๆ ผู้รักความงามทั้งหลาย โดยผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่าผิวสวยสามารถเสริมสร้างได้จากการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของสมองและร่างกายที่ทํากิจกรรมมาทั้งวันและใช้เพื่อการซ่อมแซมเซลล์ผิวหนังหรืออวัยวะที่สึกหรอต่างๆ จากการใช้พลังงาน จึงเป็นผลดีต่อทั้งด้านความงามและสุขภาพไปพร้อมๆ กัน

    นายแพทย์กฤษธิพร เพ็งสุข ผู้เชี่วยชาญเรื่องผิวหนังและสุขภาพความงามแห่งศูนย์ความงาม นิรันดา คลินิก ได้กล่าวว่า

    “การมีท่านอนที่สวยนั้นอาจเป็นภาพที่ดูสวย แต่ไม่ช่วยอะไรมากนัก สําหรับวิธีการนอนให้ถูกหลักอนามัย การนอนหงายเป็นท่านอนที่หลีกเลี่ยงการเกิดริ้วรอยบนใบหน้าได้ดีที่สุด การนอนตะแคงหรือการนอนคว่ำหน้านานๆ ทําให้เกิดแรงกดทับ ก่อให้เกิดริ้วรอยบนใบหน้า โดยเฉพาะที่แก้มและคาง ที่เรียกว่า sleep line นอกจากนี้การนอนคว่ำยังทําให้เกิดรอยตีนกา Laughter lines ได้ง่าย เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตาจะเป็นผิวที่บอบบางและเกิดริ้วรอยได้ง่ายมาก

    …นอกจากประโยชน์ด้านความงามแล้ว “ท่านอนหงาย” ยังเป็นท่าทางการนอนที่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย เพราะเป็นท่านอนที่ไม่มีอะไรมากดทับหน้าอก ช่วยให้ระบบทางเดินหาย ใจทํางานได้อย่างคล่องตัวที่สุดเมื่อนอนหงาย กระดูกสันหลังได้รับการรองรับจากที่นอน ทําให้สามารถวางตัวอยู่ในแนวธรรมชาติได้ดีที่สุด เมื่อหลังแตะฟูกให้หลับในท่านอนหงายเหยียดยาว ชุดที่ไม่รัดพร้อมกับใช้หมอนใบเล็กรองใต้คอแทนหนุนใต้ศีรษะได้ยิ่งดี การเหยียดแขนออกห่างตัว หรือไม่ก็งอศอกไว้เหนือศีรษะจะได้ไม่กีดขวางระบบทางเดินหายใจหรือสูบฉีดโลหิต”
    avatar
    godkingman
    กรรมการบริษัท

    จำนวนข้อความ : 94
    Join date : 24/03/2010
    Age : 24
    ที่อยู่ : ในใจบีเสมอ

    Re: มาดุสำหรับ คุณผู้หญิง

    ตั้งหัวข้อ by godkingman on Wed Mar 24, 2010 9:18 pm

    ผักพื้นบ้าน สมุนไพร และความงาม
    แม้ว่าโลกใบนี้จะหมุนเปลี่ยนมาไม่รู้กี่ล้านปี รูปแบบการดำรงชีวิตจะพัฒนาไปมากสักเพียงใด แต่ในที่สุดแล้วเราก็ค้นพบว่าทุกสรรพสิ่งในพื้นถิ่นย่อมให้ประโยชน์สูงสุดต่อคนในถิ่นนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้กระแสพืชผัก สมุนไพรกำลังมาแรง เราจึงได้เห็นผักพื้นบ้านธรรมดาๆ ราคาถูก กลับมาเป็นพระเอกอีกครั้ง ทั้งแวดวงอาหาร สุขภาพ รวมไปถึงความงาม

    งามอย่างมีคุณภาพด้วยสมุนไพรและผักพื้นบ้าน

    เห็นหน้าตาพื้นๆ ของผักพื้นบ้านที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดสดทั่วไป หรือบางคนอาจจะเก็บเกี่ยวได้จากสวนข้างบ้าน ทว่าคุณค่าของมันกลับไม่ธรรมดา บางชนิดมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเบต้าแคโรทีนสูงกว่าแครอทซึ่งเป็นแหล่งสำคัญของสารต้านอนุมูลอิสระด้วยซ้ำ วิตามินซี และเส้นใยในผักพื้นบ้านก็น่าสนใจ

    นอกจากนี้วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยังค้นพบสารกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า สารผัก (phytonutrient) เป็นสารที่ไม่ได้ทำหน้าที่แบบอาหาร 5 หมู่ แต่เข้าไปทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นภูมิต้านทาน ป้องกันไม่ให้เซลล์กลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง
    สารอาหารบำรุงความงาม

    สีเขียวจัด และรสฝาด : จะมีสารต้านอนุมูลอิสระ สูงมาก เช่น เบต้าแคโรทีน ช่วยเรื่องผิวพรรณ ลบริ้วรอยสิวฝ้า รอยเหี่ยวย่น วิตามินซีก็ช่วยไม่ให้แก่ก่อนวัย
    เส้นใย : ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายเป็นปกติ ไม่ท้องผูก ไม่เกิดสิว ทั้งยังทำให้ไม่อ้วน ผิวพรรณสดใส มีเลือดฝาด มีส่วนช่วยลดคอเรลเตอรอล
    แคลเซียม : ช่วยให้กระดูกแข็งแรง ส่งผลถึงบุคลิกภาพและความเจ็บป่วยเนื่องจากภาวะกระดูกพรุนในวัยทอง
    ฟอสฟอรัส : เป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟัน โดยทั่วไปในร่างกายที่มีแคลเซียมสูง มักเป็นแหล่งของธาตุฟอสฟอรัสด้วย
    ธาตุเหล็ก : เป็นส่วนประกอบของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ซึ่งเป็นตัวนำพาออกซิเจนไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย
    วิตามินเอ : นอกยังบำรุงสายตาแล้ว ยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผม ฟัน เหงือกแข็งแรง รักษาสิว ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
    กินให้สวย

    สมุนไพรและผักพื้นบ้านแต่ละชนิด ต่างมีสารประกอบแตกต่างกันไป หลักการทั่วไปในการดูแลสุขภาพความงามจึงเน้นการกินให้หลากหลาย ถูกวิธี จึงจะได้ประโยชน์มากที่สุด ครบถ้วนที่สุด แต่ก่อนจะเลือกกิน ต้องทำความรู้จักกับพืชผักแต่ละชนิดก่อนว่า พืชชนิดไหนให้สารอาหารอะไรเป็นหลัก ควรใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร
    ขี้เหล็ก ดอกตูมและใบอ่อนของขี้เหล็กที่นำมาแกงเป็นเมนูเด็ด อุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสายตา กระดูก ผิวพรรณ และเมื่อกินร่วมกับไขมัน (กะทิ) ทำให้การทำงานของเบต้าแคโรทีนมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    ใบขี้เหล็ก มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีเส้นใยอาหารช่วยให้ขับถ่ายคล่อง นอกจากนี้สารอัลคาลอยด์ยังมีฤทธิ์กล่อมประสาทให้นอนหลับสบายขึ้น
    พริกไทย เปลือกของพริกไทยมีน้ำย่อยสำหรับย่อยไขมัน ตำราโบราณจึงเชื่อว่าพริกไทยสามารถช่วยลดความอ้วนได้ อีกทั้งพริกไทยยังช่วยกระตุ้นปุ่มรับรสที่ลิ้น เพื่อให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยได้มากขึ้น แต่ผู้ป่วยเกี่ยวกับโรคตา และเจ็บคอไม่ควรกิน
    ส้มแขก นิยมนำมาปรุงเพิ่มรสเปรี้ยวของอาหาร มีมากทางภาคใต้ มีการค้นพบว่า ผลส้มแขกมีสารยับยั้งการสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกาย ลดความอยากอาหารได้
    แตงกวา ช่วยเพิ่มน้ำและความชุ่มชื่นให้กับร่างกาย บำรุงเซลล์ผิวให้เปล่งปลั่ง ชดเชยน้ำหล่อเลี้ยงที่ต้องสูญเสียไป นอกจากนี้แตงกวายังมีสารที่มีประโยชน์ต่อผิวหน้า ทั้งวิตามิน เกลือแร่ กรดอะมิโน ที่ช่วยให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม เกลือแร่ต่างๆ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นใต้ผิวหนัง และสารซิสติน (cystin) และเมธิโอนิน (methionin) ยังทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น จึงมีการใช้แตงกวาลบรอยเหี่ยวย่นมาแต่โบราณ
    กระเจี๊ยบแดง มักนำกลีบรองดอก และกลีบเลี้ยงต้มเป็นชาหรือน้ำกระเจี๊ยบ ให้วิตามินซี แคลเซียม และมีวิตามินเอสูงมาก
    ใบบัวบก ได้ชื่อว่าเป็นอาหารสมอง ลดความเสื่อมของเซลล์ อวัยวะต่างๆ ของร่างกายได้ ทั้งยังช่วยชะลอความแก่ ปกป้องร่างกายด้วยการกำจัดสารพิษตกค้างในร่างกาย ช่วยเร่งการสร้างคอลลาเจน อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของชั้นผิวหนัง ทำให้แผลหายเร็ว และลดการเกิดคีลอยด์
    ตำลึง ได้ทั้งธาตุเหล็ก วิตามินเอ วิตามินซี เกลือแร่ แคลเซียม เบต้าแคโรทีน ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส ควรกินตำลึงสด เพราะเอนไซม์ในตำลึงย่อยสลายง่ายเมื่อโดนความร้อน
    ผักชีลาว ผลผักชีลาวมีน้ำมันหอมระเหย ซึ่งนำไปใช้ทำเครื่องสำอาง เช่น สบู่ โลชั่นบำรุงผิว

    ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ ที่เห็นว่าเป็นที่นิยมรับนำมาทำอาหารกินกันในปัจจุบันเท่านั้น เพราะจะว่าไปแล้วผักพื้นบ้านและพืชสมุนไพรทุกชนิดของไทยเราล้วนมีคุณค่าทางโภชนาการที่จะช่วยเสริมสร้างให้คุณสวยแบบสุขภาพดีจากภายในออกมาสู่ภายนอกได้ทั้งสิ้น

    avatar
    kong@bee
    ที่ปรึกษาด้านการตลาด

    จำนวนข้อความ : 66
    Join date : 24/03/2010

    Re: มาดุสำหรับ คุณผู้หญิง

    ตั้งหัวข้อ by kong@bee on Fri Mar 26, 2010 7:46 pm

    โอ้ย
    มันยาว
    ขี้เกียวอ่าน

    โพสๆๆ
    avatar
    kong@bee
    ที่ปรึกษาด้านการตลาด

    จำนวนข้อความ : 66
    Join date : 24/03/2010

    Re: มาดุสำหรับ คุณผู้หญิง

    ตั้งหัวข้อ by kong@bee on Fri Mar 26, 2010 7:46 pm

    โพสๆๆๆ
    avatar
    godkingman
    กรรมการบริษัท

    จำนวนข้อความ : 94
    Join date : 24/03/2010
    Age : 24
    ที่อยู่ : ในใจบีเสมอ

    Re: มาดุสำหรับ คุณผู้หญิง

    ตั้งหัวข้อ by godkingman on Sun Mar 28, 2010 10:00 pm

    4 เคล็ดลับเพิ่มความสวยจากผู้เชี่ยวชาญ

    Q: อยากดูแลรักษาดวงตาให้สวยใส ซื้ออายครีมมาใช้ แต่ไม่รู้ควรทายังไงดี?

    A: ตอนนี้มีอายครีมหลากหลายยี่ห้อให้เลือกใช้ คุณก็ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว ส่วนการทาอายครีมก็ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ตายตัวว่าต้องทาจากหัวตาไปหางตาหรือหางตาไปหัวตา สิ่งสำคัญที่สุดคือควรทาเบาๆ โดยใช้นิ้วนางเกลี่ยครีมไปรอบๆดวงตา อย่าถูหรือจิ้มอายครีมลงที่ตาแรงเกินไป เพราะจะเป็นการเพิ่มริ้วรอยให้ดวงตามากขึ้นไปกว่าเดิมค่ะ



    Q: ปากสีคล้ำ แถมยังสีไม่สม่ำเสมออีกต่างหาก รู้สึกไม่มั่นใจเลย ควรแก้ปัญหายังไงคะ?


    A: ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนค่ะว่าริมฝีปากหมองคล้ำเกิดจากหลายสาเหตุ อาจเกิดเพราะพันธุกรรม เพราะอากาศหนาว หรือเพราะแพ้สารเคมีบางอย่าง สำรวจตัวเองว่าเราแพ้อะไรหรือเปล่าแล้วพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ อาจใช้ยาช่วยลบรอยดำ หรือลอกด้วย Chemical Peeling หรือตัวช่วยสุดท้ายคือการใช้เลเซอร์ซึ่งจะส่งผลให้ริมฝีปากบวม ตกสะเก็ด แต่ถือว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผลค่ะ

    Q: เพิ่งเคยได้ยินวิธีผอมด่วนด้วย Carboxy ว่ากันว่าฉีดปุ๊บออกโชว์ความสวยได้ปั๊บเลย มันจริงหรือคะ?

    A: จริงอยู่ที่การฉีดคาร์บ็อกซีเธอราพี (Carboxy Therapy) จะช่วยทำให้มวลไขมันลดลงและทำให้อ้วนช้าลงด้วย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผอมทันตาขนาดนั้นหรอกนะคะ เพราะผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังยืนยันมาแล้วว่าควรฉีด 3 ครั้งขึ้นไปจึงจะได้ผล ขึ้นอยู่กับว่ามีมวลไขมันมากน้อยแค่ไหนค่ะ



    Q: เมื่อก่อนอยากสวยอินเทรนด์เลยไปดัดผม ผลที่ตามมาคือตอนนี้ผมแห้งแตกปลายไปเลย ต้องบำรุงยังไงผมถึงจะกลับมาสวยเหมือนเดิมคะ กลุ้มใจจัง?

    A: ไม่ต้องกลุ้มใจไปค่ะ ก่อนนอนคืนนี้ลองนวดปลายผมด้วยโฮโฮบาออยส์ ห่อผ้าขนหนูทิ้งไว้ทั้งคืน วันรุ่งขึ้นก็นวดหนังศีรษะด้วยปลายนิ้วเพื่อให้น้ำมันกระจายตัว จากนั้นก็ราดน้ำให้เปียกแล้วซับพอหมาดๆ แล้วลงครีมหมักผมโดยเว้นโคนผมไว้ซักครึ่งนิ้ว ใช้ผ้าขนหนูหมาดน้ำที่อุ่นด้วยไมโครเวฟมาห่อผม ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น หรือจะสระผมไปเลยก็ได้เพื่อกำจัดครีมหมักที่ตกค้าง ทำอย่างนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองว่าผมก็จะกลับสุขภาพดีเหมือนเดิมแล้วล่ะ

      เวลาขณะนี้ Mon Nov 20, 2017 4:18 pm